รายงานหน่วยงานกำกับดูแลอิสระ


          รายงานผลการดำเนินการติดตามดูแลการจัดการกองทุน ประจำปี 2568

ส่วนที่ 1 : วัตถุประสงค์

เพื่อให้เป็นไปตามข้อ 25/1-25/3 ของประกาศของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 35/2556 เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 6 กันยายน 2556 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และมาตรา 124/1 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535  ซึ่งกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (“บริษัท”) ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการเงินลงทุนให้ผู้ลงทุน จัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และมีหน้าที่ติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวมในเรื่องดังนี้  

(1) การกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 

(2) การกระทำที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหน่วยลงทุน 

(3) การกระทำที่อาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ

ส่วนที่ 2 : แนวทางการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวมประจำปี 2568

บริษัทได้จัดทำแนวทางในการดำเนินการเพื่อใช้ในการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม ประจำปี 2568 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 โดยแนวทางนั้นมีความเหมาะสมกับการติดตามการปฏิบัติงานในปัจจุบันและสอดคล้องกับแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ประกาศกำหนดไว้ดังนี้

1.  กำหนดขอบเขตของการติดตามดูแลให้ครอบคลุมตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดไว้ ได้แก่
        1.1  การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
        1.2  การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินที่ไม่มีราคาตลาดหรือที่ไม่มีสภาพคล่อง
        1.3  วิธีการบริหารจัดการกองทุนรวม
        1.4  การคัดเลือกและติดตามการให้บริการของผู้ให้บริการ
        1.5  การส่งคำสั่งซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงิน
        1.6  การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากกองทุนรวมหรือผู้ถือหน่วยลงทุน
        1.7  การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์

2.  กำหนดให้ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงานเป็นผู้ดำเนินการในการติดตามดูแลให้เป็นไปตามขอบเขต
ที่กำหนดไว้ตามข้อ 1

3.  กำหนดให้ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (“ฝ่ายกำกับฯ”) เป็นผู้รายงานผลการดำเนินการและจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริษัท พร้อมนำส่งสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 2 เดือนนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ทั้งนี้ ในกรณีที่พบการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการกระทำที่อาจมีลักษณะไม่เป็นธรรมหรืออาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์อันพึงได้รับ ให้รายงาน
ต่อคณะกรรมการบริษัทและสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการกระทำดังกล่าว นอกจากนี้ ให้เปิดเผยข้อมูลผลการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวมให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี


ส่วนที่ 3 : รายงานการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม ประจำปี 2568

เรื่องที่ตรวจสอบ ผลการติดตามดูแลการจัดการกองทุนรวม การปฏิบัติงานที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด และแนวทางแก้ไข ข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตอื่น ๆ
1. การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทได้กำหนดมาตรการในการควบคุมการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุนรวมอย่างเข้มงวด เพื่อบริหารจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับผลประโยชน์ของผู้ลงทุน สำหรับการทำธุรกรรมซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินกับบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องบริษัทจะใช้ราคายุติธรรม และมีขั้นตอนการปฏิบัติงาน การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามหลักเกณฑ์กำหนด - -
2. การซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงินที่ไม่มีราคาตลาดหรือที่ไม่มีสภาพคล่อง ไม่พบข้อสังเกตใด หรือที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติงานที่ฝ่าฝืน กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง - -
3. วิธีการบริหารจัดการกองทุนรวม บริษัทมีการติดตามนโยบายการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามที่เปิดเผยต่อผู้ถือหน่วยลงทุนและผู้สนใจลงทุนทั่วไป - -
4. การคัดเลือกและติดตาม การให้บริการของผู้ให้บริการ บริษัทมีนโยบายภายในที่ใช้ในการคัดเลือกผู้ให้บริการ รวมถึงมีการประเมินและสรุปผลการคัดเลือกผู้ให้บริการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด - -
5. การส่งคำสั่งซื้อขายผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนและตราสารทางการเงิน บริษัทมีเกณฑ์ในการคัดเลือกและการให้คะแนนอย่างชัดเจนและเหมาะสม ซึ่งสัดส่วนการส่งคำสั่งและปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์กับคู่ค้าเป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการลงทุน (Investment Committee) - -
6. การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายจากกองทุนรวม หรือผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทเปิดเผยอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่เรียกเก็บจริง พร้อมทั้งอัตราสูงสุดที่สามารถเรียกเก็บได้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วนและชัดเจน การเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมได้รับการประกาศบนเว็บไซต์บริษัทตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้ ในช่วงระยะเวลาการโอนหน่วยลงทุนของกองทุน LTF ไปยังกองทุน Thai ESGX ตามนโยบายลดหย่อนภาษีของภาครัฐ ผ่านวิธีการ Pay In Kind บริษัทได้มีการลงบัญชีเกี่ยวกับเจ้าหนี้ (Account Payable) ผิดพลาด จึงทำให้มูลค่า NAV ของ กองทุน LTF ในวันที่ 23 มิถุนายน 2568 มีความคลาดเคลื่อนเกินกว่า 1 สตางค์ และเกินกว่า 0.5% ของราคาหน่วยลงทุนที่ถูกต้อง ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อผู้ถือหน่วยลงทุนเนื่องจากไม่มีคำสั่งซื้อขาย สับเปลี่ยน หรือโอนหน่วยลงทุนเกิดขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน 2568 กองทุน EP-LTF (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “X-EQPRO”) มีการคำนวณและประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนผิดพลาด (Incorrect Pricing) โดยมูลค่ามีความคลาดเคลื่อนเกินกว่า 1 สตางค์ และเกินกว่า 0.5% ของมูลค่าที่ถูกต้อง แนวทางแก้ไข • บริษัทได้ประกาศระงับการทำธุรกรรมการซื้อขาย และ/หรือ สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้าชั่วคราวของกองทุน EP-LTF ผ่านหน้าเว็บไซต์ รวมถึงประสานงานกับตัวแทนสนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Selling Agent) ทั้งหมดเพื่อดำเนินการแก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนย้อนหลังให้ถูกต้อง • บริษัทได้ประสานงานกับผู้ดูแลผลประโยชน์เพื่อตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของมูลค่าหน่วยลงทุนที่แก้ไข และทำการแก้ไขมูลค่าหรือราคาหน่วยลงทุนให้แล้วเสร็จตามการตรวจสอบที่ผู้ดูแลผลประโยชน์รับรอง • ภายหลังจากที่แก้ไขมูลค่าหน่วยลงทุนให้ถูกต้องแล้ว บริษัทได้ทำการประกาศยกเลิกการระงับการทำธุรกรรมและเปิดรับคำสั่งซื้อขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุน EP-LTF เป็นปกติ บริษัทได้ทำการกำชับให้ฝ่ายงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการคำนวณและประกาศมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ให้จัดให้มีผู้ตรวจสอบและสอบทานความถูกต้องของข้อมูล (Maker and Checker) เพิ่มเติมในกรณีที่มีรายการพิเศษก่อนทำการยืนยันการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มูลค่าหน่วยลงทุน ราคาหน่วยลงทุน ของกองทุน และราคาสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัท รวมถึงกำหนดให้ฝ่ายงานดังกล่าวจัดทำขั้นตอนในการปฏิบัติงาน (SOP) ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
7. การใช้สิทธิออกเสียงใน ที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ บริษัทมีแนวทางในการใช้สิทธิออกเสียงที่ชัดเจน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วย อีกทั้ง มีการเปิดเผยแนวทางและผลการไปใช้สิทธิออกเสียงไว้อย่างถูกต้องและครบถ้วน - -