1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากความหวังต่อการคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีสัญญาณเชิงบวกทั้งจากฝั่งสหรัฐฯ ที่อาจยุติบทบาทในความขัดแย้ง และอิหร่านที่เปิดทางยุติสงครามภายใต้เงื่อนไขด้านความมั่นคง ส่งผลให้ดัชนีหลักปรับขึ้น โดยดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.9% ปิดที่ 6,528.44 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่ง 3.8% สู่ 21,590.63 จุด และดัชนี Dow Jones บวก 2.5% ปิดที่ 46,341.51 จุด โดยได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ทั้ง Brent ลดลง 3.2% สู่ 103.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ลดลง 1.5% สู่ 101.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะรีบาวด์แรง แต่ทั้ง 3 ดัชนียังคงปิดเดือนมีนาคมในแดนลบ โดย S&P 500 ลดลง 5.1% ขณะที่ Nasdaq และ Dow Jones ลดลง 4.8% และ 5.4% ตามลำดับ 2. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ เตรียมถอนกำลังออกจากอิหร่านภายใน 2–3 สัปดาห์ หลังบรรลุเป้าหมายในการลดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ โดยย้ำว่าไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติบทบาททางทหาร และประเมินว่าอิหร่านอาจต้องใช้เวลา 15–20 ปีในการฟื้นฟูความเสียหาย พร้อมระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิด “โดยอัตโนมัติ” หลังสหรัฐถอนตัว ขณะเดียวกันทรัมป์คาดว่าราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ซึ่งปรับขึ้นเฉลี่ยแตะ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จะปรับลดลงหลังสงครามยุติ พร้อมส่งสัญญาณผลักภาระการดูแลเสถียรภาพของช่องแคบฮอร์มุซไปยังประเทศที่พึ่งพาเส้นทางดังกล่าว แทนการมีบทบาทโดยตรงของสหรัฐฯ 3. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 91.8 สูงกว่าคาดที่ 87.8 จากระดับ 91 ในเดือนก.พ. ขณะเดียวกัน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS) ในเดือนก.พ.ลดลงสู่ระดับ 6.88 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 6.89 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.24 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. และอัตราการจ้างงานปรับลดลงสู่ 3.1% ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2020 สะท้อนการชะลอตัวของอุปสงค์แรงงาน 4. เงินเฟ้อพื้นฐานของกรุงโตเกียวในเดือนมีนาคมชะลอลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี โดยกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นรายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมอาหารสด เพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 1.8% และยังอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของ BOJ สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงจากมาตรการอุดหนุนพลังงานและผลของฐานสูงในปีก่อน อย่างไรก็ตาม BOJ ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ ระบุว่าความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต
|