Things you need to know
- 1.ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดปรับตัวขึ้น จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มชิปที่ปรับฐานลงก่อนหน้า ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัวในวงกว้าง โดยดัชนี Dow Jones ปรับเพิ่มขึ้น 292.81 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 49,442.44 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ฟื้นตัวหลังปรับตัวลงติดต่อกัน 2 วัน ปิดบวก 0.26% ที่ระดับ 6,944.49 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 0.25% ปิดที่ 23,530.02 จุด การปรับตัวขึ้นของตลาดนำโดยบริษัทผู้ผลิตชิป Taiwan Semiconductor Manufacturing Company ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น 4.44% หลังรายงานกำไรไตรมาส 4/2568 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ AMD และ NVIDIA ปรับตัวขึ้น 1.93% และ 2.18% ตามลำดับ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรง ช่วยคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าความตึงเครียดในอิหร่านเริ่มผ่อนคลาย
- 2. กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานตัวเลขจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก โดยปรับลดลง 9,000 ราย สู่ระดับ 198,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องปรับลดลง 19,000 ราย มาอยู่ที่ระดับ 1.88 ล้านราย สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- 3. Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 แข็งแกร่งกว่าคาด โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 5.0574 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.7837 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นการเติบโตของกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8 เมื่อเทียบรายปี ในขณะที่รายได้อยู่ที่ 1.046 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน ขยายตัว 20.5% เมื่อเทียบรายปี และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.034 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากออเดอร์ชิปประมวลผลขั้นสูงสำหรับงาน AI จากลูกค้ารายสำคัญ อาทิ NVIDIA และ AMD ซึ่งตอกย้ำบทบาทของ TSMC ในฐานะผู้ผลิตชิประดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม AI
- 4. สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามรายงานเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่เวียดนามในปี 2568 ขยายตัว 77.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมประมาณ 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีธุรกิจเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมเกือบ 297,500 ราย เพิ่มขึ้น 27% จากปี 2567 โดยเป็นธุรกิจจัดตั้งใหม่ราว 195,100 ราย มีมูลค่าทุนจดทะเบียนรวมประมาณ 7.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24% ขณะเดียวกัน มีธุรกิจที่กลับมาดำเนินกิจการอีกประมาณ 102,400 ราย เพิ่มขึ้น 34% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีการเพิ่มทุนรวมราว 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
|
|