Things you need to know
- 1. ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีของสหรัฐฯ ปิดตลาดปรับตัวลดลงในวันพฤหัสบดี โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 1.20% ปิดที่ระดับ 48,908.72 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 1.23% ปิดที่ระดับ 6,798.11 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงมากที่สุดที่ 1.59% ปิดที่ระดับ 22,540.59 จุด แรงกดดันหลักมาจากการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่เผชิญแรงขายจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อแนวโน้มโมเดลธุรกิจในระยะยาว และแรงขายได้ขยายไปยังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ในรายบริษัท หุ้น Qualcomm และ AMD ปรับตัวลดลง 8.46% และ 3.97% ตามลำดับ ขณะที่หุ้น Nvidia ปรับตัวลดลง 1.33% นอกจากนี้ ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาด ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- 2. กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 22,000 ราย สู่ระดับ 231,000 รายในสัปดาห์ล่าสุด สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 212,000 ราย ขณะเดียวกัน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน (JOLTS Job Openings) ปรับลดลง 386,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 6.542 ล้านตำแหน่งในเดือนธันวาคม ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 7.20 ล้านตำแหน่ง และลดลงจากระดับ 6.928 ล้านตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนสัญญาณการชะลอตัวของตลาดแรงงานอย่างมีนัยสำคัญ
- 3. Amazon. com รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 โดยมีรายได้รวม 213.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 211.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่กำไรต่อหุ้น 1.95 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าที่คาดการณ์เล็กน้อย ในส่วนธุรกิจ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นแกนหลักของกลยุทธ์ด้าน AI ของบริษัท มีรายได้ 35.58 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เปิดเผยประมาณการงบลงทุน (Capital Expenditure) สำหรับปี 2026 ที่ระดับประมาณ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ
- 4. อินโดนีเซียรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2568 ขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการเร่งตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ซึ่งออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ตลอดทั้งปี 2568 เศรษฐกิจอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขยายตัว 5.11% เพิ่มขึ้นจาก 5.03% ในปีก่อนหน้า สำหรับไตรมาส 4 เศรษฐกิจขยายตัว 5.39% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 5.01% และนับเป็นอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนที่ยังคงแข็งแกร่ง
|
|