Things you need to know
- 1. ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ปิดปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังสหรัฐฯ ระงับแผนเดินทางไปปากีสถานเพื่อเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.6% ปิดที่ 7,064.01 จุด พลิกจากที่เคยปรับขึ้นระหว่างวันสูงสุดราว 0.4% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.6% ปิดที่ 24,259.96 จุด และดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลง 0.6% ปิดที่ 49,149.60 จุด หลังจากเคยปรับขึ้นได้ถึง 0.8% ในระหว่างวัน
- 2. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายระยะเวลาการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านออกไป จนกว่าอิหร่านจะสามารถนำเสนอข้อเสนอการเจรจาที่เป็นเอกภาพได้ ท่ามกลางสัญญาณการเจรจาสันติภาพเพิ่มเติมระหว่างสองประเทศที่เริ่มชะงักงัน โดยทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า โครงสร้างภายในของรัฐบาลอิหร่านยังมีความแตกแยกอย่างมีนัยสำคัญ และตามคำร้องขอของผู้บัญชาการทหารและนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน สหรัฐฯ จึงตัดสินใจชะลอการดำเนินการทางทหารออกไป พร้อมสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ คงมาตรการปิดล้อมต่อไป และรักษาความพร้อมทางทหารในทุกด้าน ขณะเดียวกัน The New York Times รายงานว่า แผนการเดินทางของ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ถูกระงับ หลังอิหร่านยังไม่ตอบรับข้อเสนอการเจรจาของสหรัฐฯ
- 3. Moody's ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ (Negative)” เป็น “มีเสถียรภาพ (Stable)” พร้อมคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ Baa1 สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพของประเทศที่ยังแข็งแกร่ง รวมถึงความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายภาครัฐ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่เอื้อต่อความต่อเนื่องของนโยบาย การคลี่คลายความเสี่ยงภายนอกโดยเฉพาะประเด็นภาษีการค้า การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน ตลอดจนความสามารถในการบริหารจัดการฐานะการคลังที่ยังอยู่ในระดับเหมาะสม แม้หนี้สาธารณะจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ในประเทศที่มีความลึก สามารถรองรับการระดมทุนของภาครัฐได้ในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ไทยมีฐานะการเงินต่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินทุนสำรองกว่า 23.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสามารถรองรับการนำเข้าสินค้าและบริการได้มากถึง 7 เดือน ทั้งนี้ Moody’s จะติดตามศักยภาพการเติบโต การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และผลลัพธ์ของการดำเนินนโยบายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในอนาคต
- 4. ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ เดือนมีนาคมออกมาสูงกว่าคาด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.4% จากระดับ 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่เมื่อเทียบรายปี ขยายตัว 3.97% ใกล้เคียงกับ 3.96% ในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ หากไม่รวมหมวดรถยนต์ ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.9% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.4% และเร่งตัวขึ้นจาก 0.7% ในเดือนกุมภาพันธ์
|
|