Things you need to know
- 1. หุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.64% ปิดที่ 49,412.40 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.50% ปิดที่ 6,950.30 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 0.43% ปิดที่ 23,601.36 จุด ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังก่อนเข้าสู่สัปดาห์สำคัญ ซึ่งประกอบด้วยการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) โดยตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หลังจากปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งก่อนหน้า รวมถึงการประกาศผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) นำโดย Tesla, Microsoft และ Meta Platforms ซึ่งมีกำหนดรายงานงบในวันพุธ และ Apple ที่จะรายงานในวันพฤหัสบดี
- 2. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลข ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ปรับเพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนพฤศจิกายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 3.1% หลังจากหดตัว 2.1% ในเดือนตุลาคม สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์ในสินค้าคงทน เช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนพื้นฐาน (Core Durable Goods Orders) ซึ่งไม่รวมหมวดขนส่ง ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนพฤศจิกายน จาก 0.2% ในเดือนก่อนหน้า สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 0.3%
- 3. ราคาทองคำเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพุ่งทะลุระดับ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทำจุดสูงสุดบริเวณ 5,111 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนของความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในปี 2569 รวมถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก โดยนับตั้งแต่ต้นปี ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นแล้ว 15% ขณะที่โลหะมีค่าอื่น ๆ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นเช่นกัน โดยราคาโลหะเงิน (Silver) พุ่งขึ้น 44% และ แพลทินัม (Platinum) ปรับตัวขึ้นถึง 25% สะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยและกลุ่มโลหะมีค่าอย่างชัดเจน
- 4. ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียว ปิดที่ระดับ 52,885.25 จุด ลดลง -1.79% หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน โดยแตะที่ระดับ 153.302 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลว่าทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ อาจร่วมมือกันแทรกแซงตลาดเงินเพื่อพยุงค่าเงินเยน โดยมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายดำเนินการ “ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน” กับธนาคารพาณิชย์รายใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ม.ค.) ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณก่อนการเข้าแทรกแซงตลาด การแข็งค่าของเงินเยนส่งผลกดดันโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งถูกเทขายอย่างหนัก นำโดย Toyota Motor และ Honda Motor ที่ร่วงลง 4.06% และ 4.42% ตามลำดับ ขณะที่ Sony ลดลง 1.88%, Hitachi ลดลง 3.62% และ Mitsubishi Electric ลดลง 2.01%
|
|