Things you need to know
- 1. ตลาดการลงทุนทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนการประกาศผลประกอบการรายไตรมาสหลังตลาดปิด ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากร่วงลงแรงในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยบรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนต่อเนื่อง หลังจาก Meta Platforms ประกาศข้อตกลงระยะยาวกับ AMD รวมถึงบริษัท AI อย่าง Anthropic ที่ประกาศความร่วมมือหลายโครงการ ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ โดยดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.26% ปิดที่ 23,152.08 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.81% ปิดที่ 6,946.14 จุด และดัชนี Dow Jones ปรับขึ้น 0.63% ปิดที่ 49,482.27 จุด
- 2. Nvidia เปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาดทั้งด้านรายได้และกำไร พร้อมให้แนวโน้มรายได้ไตรมาสถัดไปแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับความต้องการชิป AI โดยบริษัทมีกำไรไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 1.52 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 68.13 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการที่ 65.56 พันล้านดอลลาร์ หรือเติบโต 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรายได้รวมทั้งปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 215.94 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 จะอยู่ที่ประมาณ 78 พันล้านดอลลาร์ (±2%) สูงกว่าประมาณการตลาดที่ 72.78 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนการเติบโตราว 77% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแนวโน้มดังกล่าวยังไม่รวมรายได้จากธุรกิจ Data Center ในประเทศจีน
- 3. ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยดัชนี STOXX Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.69% ปิดที่ 633.48 จุด จากแรงหนุนหลักของหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยเฉพาะ HSBC ที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 8% หลังประกาศผลประกอบการดีกว่าคาดและปรับเพิ่มเป้าหมายทางการเงิน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารโดยรวมปรับขึ้นประมาณ 2.8% ขณะที่การปรับตัวขึ้นของตลาดมีลักษณะเป็น Broad-based rally โดยหุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้นพร้อมกัน ในภาพรวม ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้นแล้วประมาณ 6% ตั้งแต่ต้นปี 2026 สะท้อนกระแสเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดยุโรปมากขึ้น จากมุมมองของนักลงทุนที่เห็นว่าหุ้นยุโรปยังมีระดับมูลค่าที่น่าสนใจกว่าตลาดสหรัฐฯ
- 4. ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และทำสถิติสูงสุดใหม่เหนือระดับ 6,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยดัชนี KOSPI ปิดที่ 6,083.86 จุด เพิ่มขึ้น 1.91% แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและยานยนต์ที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น นำโดย Samsung Electronics และ SK hynix ปรับตัวบวก 1.75% และ 1.29% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นยานยนต์อย่าง Hyundai Motor และ Kia Corp ปรับขึ้น 9.16% และ 12.7% ตามลำดับ
|
|