Things you need to know
- 1. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ โดยดัชนี Dow Jones ปรับขึ้น 1.05% ปิดที่ระดับ 49,407.66 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.54% ปิดที่ 6,976.50 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 0.56% ปิดที่ 23,592.11 จุด การปรับตัวขึ้นของตลาดได้รับแรงหนุนหลักจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภค โดยหุ้น Walmart ปรับขึ้น 4.14% และหุ้น Costco เพิ่มขึ้น 2.99% ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลจากการปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาทองคำและแร่เงิน และหันมาให้น้ำหนักกับพัฒนาการด้านการค้า หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้ากับอินเดีย โดยสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราภาษีตอบโต้ลงเหลือ 18% จากเดิม 25% ขณะที่อินเดียให้คำมั่นในการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- 2. สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนการเผยแพร่รายงานการจ้างงานเดือนมกราคม ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 ออกไป เนื่องจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน ทั้งนี้ จะมีการแจ้งกำหนดวันเผยแพร่ใหม่อีกครั้งภายหลังจากที่รัฐบาลได้รับการจัดสรรงบประมาณตามปกติ
- 3. เจพีมอร์แกน มองราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2026 โดยยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างแข็งแกร่งต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะกลาง จากแนวโน้มการกระจายเงินสำรองระหว่างประเทศเข้าสู่ทองคำที่ยังคงดำเนินต่อไปและยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว โดยความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางและนักลงทุนคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ ขณะเดียวกัน สำหรับแร่เงินซึ่งไม่ได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางในลักษณะเชิงโครงสร้างเช่นเดียวกับทองคำ บริษัทประเมินว่าราคามีแนวโน้มสร้างฐานในระดับที่สูงขึ้น โดยคาดว่าราคาเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง 75–80 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- 4. ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังนักลงทุนลดความเสี่ยงจากความกังวลต่อนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช เข้าดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้มีจุดยืนสนับสนุนการคุมเข้มนโยบายการเงิน โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปิดร่วงลง 5.26% จากแรงเทขายหุ้นขนาดใหญ่ นำโดย Samsung Electronics และ SK hynix ซึ่งปรับตัวลง 6.29% และ 8.69% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนี Jakarta Composite Index (JCI) ของอินโดนีเซียปรับตัวลง 5.30% โดยถูกกดดันจากวิกฤตความเชื่อมั่นภายในประเทศ ภายหลังการลาออกยกชุดของคณะผู้บริหารหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน ประกอบกับคำเตือนจาก MSCI เกี่ยวกับความเสี่ยงในการถูกปรับลดสถานะตลาด
|
|