Things you need to know
- 1. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดตลาดร่วงลง แม้จะฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดระหว่างวันบางส่วน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงดันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เผชิญแรงขาย หลังมีรายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจัดทำกฎระเบียบเพื่อจำกัดการส่งออกชิป AI โดยดัชนี S&P 500 ร่วงลง 0.6% ปิดที่ 6,830.56 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.3% ปิดที่ 22,748.99 จุด ขณะที่ดัชนี Dow Jones ร่วงหนักที่สุด 1.6% ปิดที่ 47,954.74 จุด
- 2. ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลง แม้ยังเคลื่อนไหวในระดับสูง หลังมีรายงานว่าจีนกำลังเจรจากับอิหร่านเพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซ LNG สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยน้ำมัน Brent เพิ่มขึ้น 3.6% ปิดที่ 84.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมัน WTI เพิ่มขึ้น 6.5% ปิดที่ 79.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- 3. สหรัฐฯ เตรียมจำกัดการส่งออกชิป AI หลัง Bloomberg News รายงานว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ร่างกฎระเบียบใหม่ที่จะจำกัดการส่งออกชิป AI ไปทั่วโลก โดยกำหนดให้บริษัทผู้ส่งออกต้องขออนุมัติจากรัฐบาลวอชิงตันก่อนดำเนินการส่งออก มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมชิปเร่งประมวลผล AI จากบริษัทชั้นนำอย่าง Nvidia และ AMD เกือบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการขยายขอบเขตของมาตรการควบคุมเดิมที่ปัจจุบันใช้กับราว 40 ประเทศ ให้ครอบคลุมทั่วโลก ภายหลังรายงานดังกล่าวเผยแพร่ออกมา หุ้น Nvidia ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดระหว่างวัน โดยติดลบกว่า 2.8% ก่อนฟื้นตัวในช่วงท้ายการซื้อขาย ขณะที่หุ้น AMD ปิดตลาดลดลง 1.3%
- 4. ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯต่ำกว่าคาด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ 213,000 รายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องเพิ่มขึ้น 46,000 ราย สู่ระดับ 1.868 ล้านราย สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ 1.85 ล้านราย
- 5. จีนระงับส่งออกน้ำมันดีเซลและเบนซิน โดยสั่งให้โรงกลั่นรายใหญ่ของประเทศ เช่น PetroChina, Sinopec และ CNOOC ระงับการส่งออกเชื้อเพลิงชั่วคราว พร้อมหยุดทำสัญญาส่งออกใหม่และเจรจายกเลิกการส่งออกบางส่วนที่ได้ตกลงไว้แล้ว หลังสงครามในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทั้งนี้ จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิและพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 57% ของการนำเข้าทางทะเลในปี 2025 ได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวเพื่อรักษาปริมาณเชื้อเพลิงไว้ใช้ภายในประเทศ และลดความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้น
|
|