Things you need to know
- 1. ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงในวันจันทร์ ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อนที่ผันผวนหนัก โดยบรรยากาศการลงทุนได้รับแรงหนุนจาก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ขณะเดียวกันหุ้นเทคโนโลยีปรับขึ้น หลัง เจนเซน หวง ซีอีโอของ NVIDIA ให้มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มคำสั่งซื้อชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยดัชนี Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.8% ปิดที่ 46,946.41 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1% ปิดที่ 6,699.40 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับขึ้น 1.2% ปิดที่ 22,374.18 จุด ในด้านตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลง 2.7% มาอยู่ที่ระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวลง 5% มาอยู่ที่ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- 2. ซีอีโอ NVIDIA ขึ้นเวที ย้ำดีมานด์ชิป AI แข็งแกร่ง โดยเจนเซน หวง ซีอีโอของ NVIDIA ระบุในงานประชุมนักพัฒนาประจำปีว่า ความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงแข็งแกร่ง โดยคำสั่งซื้อชิปแพลตฟอร์มหลักอย่าง Blackwell และ Rubin อาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 500,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทเดินหน้ารับมือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งอย่าง Advanced Micro Devices, Intel และ Google ในเครือ Alphabet Inc. โดยล่าสุด NVIDIA ได้เข้าซื้อสตาร์ตอัพ Groq มูลค่า 17,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยี AI แบบ inference หรือ เทคโนโลยีที่ระบบ AI สามารถประมวลผลและทำงานแทนมนุษย์ นอกจากนี้ยังลงทุนอีก 2,000 ล้านดอลลาร์ใน Lumentum และ Coherent Corp. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการส่งข้อมูลระหว่างชิปด้วยเลเซอร์ความเร็วสูง
- 3. สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ประเทศสมาชิกอาจระบายน้ำมันจากคลังสำรองเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศสมาชิกตกลงปล่อยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรล จากคลังสำรองเพื่อรับมือกับภาวะอุปทานตึงตัวจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยประเทศสมาชิกยังคงมีน้ำมันสำรองมากกว่า 1.4 พันล้านบาร์เรล และปริมาณสำรองจะลดลงเพียงราว 20% เท่านั้น
- 4. Julius Baer Group ธนาคารสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่ง รายงานกำไรสุทธิปี 2025 ลดลง 25% เหลือ 763.8 ล้านฟรังก์สวิส โดยมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองเพิ่มในพอร์ตสินเชื่อจำนองและพอร์ตหนี้เอกชน (private debt) ส่งผลให้ผลขาดทุนจากสินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 212.5 ล้านฟรังก์สวิส จาก 14.8 ล้านฟรังก์สวิสในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้ค่าใช้จ่าย 99 ล้านฟรังก์สวิส จากการขายธุรกิจในบราซิล อย่างไรก็ตาม แม้กำไรปรับตัวลดลง แต่สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้น 5% สู่ระดับ 521 พันล้านฟรังก์สวิส จากเงินลงทุนใหม่ที่ไหลเข้า ขณะที่จำนวนผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Managers) ลดลงเหลือ 1,262 คน
|
|