Things you need to know
- 1.ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดร่วงแรงในวันอังคาร โดยดัชนี Dow Jones ลดลง 1.76% ปิดที่ 48,488.59 จุด ขณะที่ S&P 500 ปรับลดลง 2.06% ปิดที่ 6,796.94 จุด และ Nasdaq ลดลง 2.39% ปิดที่ 22,954.32 จุด ท่ามกลางแรงกดดันจากความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างประเทศ หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมกับยุโรป และยกระดับมาตรการด้วยการขู่เก็บภาษีสูงถึง 200% สำหรับไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศส ในภาวะดังกล่าว นักลงทุนเร่งเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2% แตะระดับสูงสุดที่ 4,766 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- 2. ศาลฎีกาสหรัฐยังไม่ชี้ขาดคดีภาษีโดนัลด์ ทรัมป์ ศาลฎีกาสหรัฐเปิดการพิจารณาคดีตามกำหนดในเวลา 22.00 น. ตามเวลาไทย แต่ยังไม่มีการประกาศคำวินิจฉัยเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ นักวิเคราะห์มองว่าคดีดังกล่าวมีผลกระทบในระดับสูง จึงมีแนวโน้มที่ศาลจะเลื่อนการประกาศคำตัดสินไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน เพื่อให้ศาลมีเวลาการในการพิจารณาคดีมากขึ้น
- 3. Citigroup ปรับลดคำแนะนำการลงทุนหุ้นยุโรป (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) ลงสู่ระดับ “Neutral” โดยเป็นการปรับคำแนะนำครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี โดยทีมนักกลยุทธ์ระบุว่าความไม่แน่นอนจากท่าทีของสหรัฐฯ ที่อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ประกอบกับการที่สหภาพยุโรปอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการตอบโต้ ซึ่งอาจรวมถึงการจัดเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ ได้กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นยุโรป
- 4. ญี่ปุ่นสร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลเปิดเผยว่าในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเยือนญี่ปุ่นราว 42.7 ล้านคน และมูลค่าการใช้จ่ายรวม 9.5 ล้านล้านเยน ซึ่งทั้งจำนวนผู้เดินทางและการใช้จ่ายล้วนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงหนุนของเงินเยนที่อ่อนค่า ซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ภาคบริการที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นเตรียมปรับขึ้นภาษีนักท่องเที่ยวจาก 1,000 เป็น 3,000 เยน มีผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อบริหารผลกระทบจากจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
- 5. ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: LPR) ประเภท 1 ปี ไว้ที่ระดับ 3.0% และประเภท 5 ปี ไว้ที่ระดับ 3.5% นับเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 สะท้อนท่าทีเชิงนโยบายของทางการจีนที่เลือกใช้มาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเฉพาะจุด มากกว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินในวงกว้าง เพื่อประคองเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวที่ระดับเพียง 4.5% อย่างไรก็ดี GDP ปี 2568 ยังเติบโตที่ 5% สอดคล้องกับกรอบเป้าหมายของทางการ
|
|