Things you need to know
- 1. “เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 3 โตมากกว่าคาด ดันดัชนีหุ้นเป็นบวกต่อเนื่อง” เมื่อคืนนี้มีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐฯ โดยเป็นตัวเลขปรับปรุงรอบสอง ปรากฏว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตขึ้น 4.3% QoQ สูงกว่าที่ตลาดคาดเกือบทั้งหมด จากการเติบโตด้านการลงทุน (capex) ที่เกี่ยวกับ AI และการใช้จ่ายของชาวอเมริกันที่มีอย่างต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจเติบโต ทำให้ดัชนี S&P 500 ปิดเมื่อคืนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.46% ไปอยู่ที่ 6,909.79 จุด แตะจุดสูงสุดตลอดกาลอีกครั้งหนึ่งอย่างเป็นทางการ แม้ตลาดจะเริ่มประเมินโอกาสลดดอกเบี้ยลดลงจากเดิมหลังเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ด้านราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซูเอลา
- 2. “ราคาทองแดงพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์อีกครั้งที่ 1.2 หมื่นเหรียญต่อตัน” ราคาแร่ทองแดงในตลาด London Metal Exchange เมื่อคืนนี้พุ่งแตะระดับ 12,159.50 ดอลลาร์ต่อตัน ทำลายสถิติสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง สาเหตุสำคัญนอกจากกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการแล้ว ยังมีการกักตุนสินค้าจากฝั่งสหรัฐอเมริกา หลังจากทรัมป์พยายามสร้างกำแพงภาษีกับแร่โลหะทองแดง ทำให้ผู้นำเข้าจากสหรัฐฯ ต้องนำเข้าทองแดงมากขึ้นกว่าปกติเพื่อใช้ในการผลิตและรับมือกับความไม่แน่นอน โดยปีนี้ทองแดงพุ่งสูงขึ้นถึง 35% สูงสุดนับตั้งแต่ 2009 ด้านดัชนี S&P Latin America 40 ของภูมิภาคละตินอเมริกา แหล่งผลิตทองแดงรายใหญ่ ปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้น 1.53%
- 3. “หน่วยงานตรวจสอบกระทรวงกลาโหมเผย เครื่องบิน F-35 สหรัฐฯ เฉลี่ยพร้อมบินครึ่งเดียว” สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวไม่ได้มาจากกระทรวงกลาโหมหรือตัวเครื่องบินมีปัญหาในการออกแบบ แต่เป็นการให้บริการหลังการขายของ Lockheed Martin บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาเครื่องบิน F-35 ทั้งที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ยังต้องมีภาระจ่ายค่าบำรุงรักษาตามโครงการในปี 2024 อยู่ที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้โครงการเครื่องบิน F-35 ถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาอาวุธที่แพงที่สุดของสหรัฐฯ โครงการหนึ่ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม Lockheed Martin ถูกวิจารณ์ว่าไม่ตั้งใจส่งมอบและพัฒนาเครื่องบิน จนทำให้โครงการล่าช้าออกไปและงบประมาณบวม
- 4. “ภาครัฐไทยตั้งมาตรการควบคุมการค้าทองคำ สกัดบาทแข็ง” โดยการแถลงร่วมเมื่อวานนี้ระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำ โดยให้ผู้ค้าทองคำผ่านออนไลน์ส่งธุรกรรมทุกรายการที่กระทำผ่านออนไลน์ให้กรมสรรพากร รวมถึงพิจารณาจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับทองคำที่ซื้อขายผ่านออนไลน์ รวมถึงให้ ธปท. พิจารณาเรื่องของเพดานและวงเงินทำธุรกรรม เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจากธุรกรรมทองคำ ทั้งนี้ปัจจุบันทองคำมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 6.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ 4.2 หมื่นล้านบาทต่อวัน
|
|