Things you need to know
- 1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายในวันพุธ โดยดัชนี S&P 500 ปรับลดลง 0.51% ปิดที่ระดับ 6,882.73 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงแรง 1.51% ปิดที่ 22,904.58 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones ปรับตัวสวนทางตลาด เพิ่มขึ้น 0.53% ปิดที่ระดับ 49,501.30 จุด แรงกดดันหลักยังคงมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง AMD ร่วงแรงภายหลังการประกาศผลประกอบการ โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 17.31% ขณะที่ หุ้น Palantir ปรับตัวลดลง 11.62% และหุ้น Nvidia ลดลง 3.41%
- 2. Alphabet รายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่ออกมาดีกว่าคาดทั้งด้านรายได้และกำไร โดยในไตรมาส 4 ปี 2025 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 113.83 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 35.93 พันล้านดอลลาร์ และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 2.82 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.64 ดอลลาร์ ส่งผลให้รายได้รวมทั้งปีของ Alphabet ทะลุระดับ 400,000 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ความสนใจของตลาดยังคงมุ่งไปที่ธุรกิจ Google Cloud ซึ่งเป็นแกนหลักของโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มีรายได้เพิ่มขึ้น 48% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 17.66 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของ Alphabet นอกจากนี้ บริษัทคาดใช้งบลงทุนในปี 2026 ราว 175,000–185,000 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้าที่ระดับ 119,500 ล้านดอลลาร์
- 3. ADP รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 22,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 46,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ และยังชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 37,000 ตำแหน่ง ข้อมูลดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดว่าการขยายตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
- 4. S&P Global รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนมกราคม อยู่ที่ระดับ 52.7 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 52.5 และปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคมซึ่งอยู่ที่ระดับ 52.5 ในขณะที่ สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการเดือนมกราคมที่ระดับ 53.8 สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 53.5 และทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า การที่ทั้งสองดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนว่ากิจกรรมในภาคบริการของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในทิศทางการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
- 5. เงินเฟ้อของยูโรโซนปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 โดยในเดือนมกราคมอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด และปรับลดลงจาก 2.0% ในเดือนธันวาคม จากแรงกดดันหลักของราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้
|
|