Things you need to know
- 1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ นำโดยดัชนี Dow Jones ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่อง โดยปรับเพิ่มขึ้น 86.13 จุด หรือ 0.17% ปิดที่ 49,590.20 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.16% ปิดทำสถิติใหม่ที่ 6,977.32 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับ 23,733.90 จุด เพิ่มขึ้น 0.26% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นำโดยหุ้นของ อัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล ปรับตัวขึ้น 1% ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ทะลุระดับ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก และเป็นหนึ่งใน 4 บริษัทที่มีมูลค่าตลาดแตะระดับดังกล่าว ต่อจาก Nvidia, Microsoft และ Apple โดยปัจจัยสำคัญมาจากการที่บริษัท Apple ประกาศเลือกใช้ Gemini ของกูเกิลเป็นรากฐานสำหรับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Siri เจเนอเรชันถัดไป
- 2. กระทรวงสถิติของอินเดียเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนธันวาคมปรับเพิ่มขึ้น 1.33% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.50% โดยเร่งขึ้นจากระดับ 0.71% ในเดือนพฤศจิกายน มีปัจจัยหลักจากราคาสินค้าอาหารที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย 4.0% ของ ธนาคารกลางอินเดียต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 โดยธนาคารกลางอินเดียมีภารกิจในการควบคุมดัชนี CPI ไม่ให้ดีดตัวออกนอกกรอบเป้าหมาย 2-6% มากกว่า 3 ไตรมาสติดต่อกัน นอกจากนี้ธนาคารกลางอินเดียคาดการณ์ว่าดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2.0% ในปีงบประมาณปัจจุบัน ลดลงจากเดิมที่คาดการณ์ที่ระดับ 2.6% และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.2%
- 3. ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในการซื้อขายวันที่ 12 มกราคม ได้แรงหนุนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน ซึ่งการประท้วงต่อต้านรัฐบาลมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย โดยความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังอิหร่านเตือนว่าอาจโจมตีฐานทัพสหรัฐฯหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าแทรกแซง ขณะเดียวกัน แรงกดดันทางการเมืองต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) หลังกระทรวงยุติธรรมเปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อ่อนแอซึ่งหนุนความคาดหวังการลดดอกเบี้ย ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับขึ้นของราคาทองคำ
- 4. Counterpoint Research รายงานว่า ตลาดสมาร์ตโฟนโลกในปี 2568 มียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 2% YoY จากแรงหนุนจากความต้องการในตลาดเกิดใหม่เป็นหลัก โดย Apple ครองตำแหน่งแบรนด์ขายดีที่สุดของโลกด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% ได้รับอานิสงส์จากยอดขายที่แข็งแกร่งของ iPhone 17 และการขยายตัวในตลาดขนาดกลาง ด้าน Samsung อยู่อันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่ง 19% ขณะที่ Xiaomi ตามมาอันดับ 3 ที่ 13% สำหรับแนวโน้มปี 2569 ตลาดสมาร์ตโฟนโลกคาดว่าชะลอตัว จากความเสี่ยงขาดแคลนชิป และ ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูง
|
|