|
1. ปัจจัยภาพใหญ่ยังกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ปิดปรับตัวลดลง -0.28% มาอยู่ที่ 7,482.71 จุด ปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังสหรัฐอเมริกากลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งหนึ่งเป็นวันที่สอง ด้านอิหร่านระบุว่าจะตอบโต้สหรัฐฯ กลับอย่างรุนแรง ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบ Brent ของอังกฤษดีดตัวขึ้นอีก 7% แตะระดับ 79.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งหนึ่ง
2. ทางการจีนเตรียมอนุญาตให้บริษัทจีนซื้อชิปจาก Nvidia รายงานข่าวจาก Bloomberg ระบุว่าทางการจีนเตรียมอนุญาตให้ซื้อในปริมาณที่จำกัดสำหรับบริษัทอย่าง Alibaba, DeepSeek และ ByteDance โดยเป็นชิปรุ่น H200 ซึ่ง Nvidia ผลิตมาสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ตัวชิปมีการจำกัดความสามารถหลายอย่างเพื่อให้ผ่านมาตราฐานการควบคุมการส่งออกของทางการสหรัฐฯ ที่ไม่ให้ส่งออกชิปคุณภาพสูงไปยังประเทศอื่น
3. หุ้นกลุ่มชิปฟื้นตัวอีกครั้งในระยะสั้น หลังเจอแรงเทขายกดดันหลายวันที่ผ่านมา โดยหุ้นอย่าง Broadcom (+4.8%), Nvidia (+3.6%), Micron (+1.1%), AMD (+0.25%) และ Applied Materials (+2.8%) ต่างปรับขึ้นถ้วนหน้าหลังถูกเทขายมาตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาจากปัจจัยเฉพาะตัว โดย Broadcom มาจากข่าวแผนงานของ Apple ในการพัฒนาชิปร่วมกันจนถึงปี 2031 มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วน Nvidia มาจากข่าวทางการจีนอาจอนุญาตให้บริษัทจีนซื้อชิปได้ ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเอเชียเช้านี้มีแนวโน้มเปิดบวก
4. บันทึกการประชุม FOMC เผยให้เห็นความไม่ลงรอยกันในคณะกรรมการ โดยเฉพาะเรื่องของดอกเบี้ย การเปิดเผยบันทึกการประชุม FOMC รอบล่าสุดในครั้งนี้ บ่งชี้ว่ามีความไม่ลงรอยกันในคณะกรรมการนโยบายการเงินโดยเฉพาะในประเด็นดอกเบี้ยนโยบาย ที่แม้จะไม่มีการถกเถียงกันรุนแรง แต่บ่งชี้ว่าสมาชิกของคณะกรรมการเสียงแตก โดยฝ่ายหนึ่งมองว่าจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าเงินเฟ้อรอบนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น นอกจากนั้นยังมองว่ากระแสปัญญาประดิษฐ์จะสร้างแรงกดดันต่อระบบสาธารณูปโภคโดยรวมของสหรัฐอเมริกาด้วย ด้านตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและดอกเบี้ยไม่ตอบสนองต่อบันทึกการประชุมดังกล่าว เนื่องจากความไม่ชัดเจนในท่าทีของ FOMC ทำให้ตลาดไม่สามารถประเมินผลได้
|