XAM Daily Xpresso/ 21 เมษายน 2026




XAM Shot

  • “วอลล์สตรีทปิดลบ หลังสหรัฐฯ ยึดเรืออิหร่าน กดดันเจรจา หนุนราคาน้ำมัน / เฟดเข้าสู่ช่วง Blackout ตลาดคาด “คงดอกเบี้ย” / Mitsubishi Heavy บวกแรง รับญี่ปุ่นปิดดีลส่งออกเรือรบครั้งแรก”

Things you need to know

  • 1. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดลบในวันจันทร์ ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ จากกรณีที่สหรัฐฯ ยึดเรือที่ชักธงอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการเจรจาสันติภาพระหว่างสองประเทศ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ จะออกเดินทางในวันเดียวกันเพื่อกลับมาเริ่มการหารืออีกครั้งที่ปากีสถาน โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.2% ปิดที่ 7,109.17 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 0.3% ปิดที่ 24,404.39 จุด และดัชนี Dow Jones ปิดทรงตัวที่ 49,442.56 จุด
  • 2. สหรัฐฯ ยึดเรือชักธงอิหร่าน หนุนราคาน้ำมันพุ่ง กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงเตือน เข้าควบคุม และยึดเรือบรรทุกสินค้าที่ชักธงอิหร่านชื่อ M/V Touska หลังไม่ปฏิบัติตามคำเตือนต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมง โดยมีการยิงเพื่อทำให้ห้องเครื่องยนต์ของเรือไม่สามารถใช้งานได้ พร้อมระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ มีเรือรวม 27 ลำถูกสั่งให้หันกลับหรือกลับเข้าสู่ท่าเรืออิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า มาตรการปิดล้อมจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ด้านราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยกระดับขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.8% สู่ระดับ 93.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้น 5.2% อยู่ที่ 86.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
  • 3. ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นด้านนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนการประชุม FOMC ระหว่างวันที่ 28–29 เม.ย. โดยภายใต้กฎระเบียบ เจ้าหน้าที่เฟดจะงดให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน ตั้งแต่วันเสาร์ที่สองก่อนการประชุม และสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีหลังการประชุม เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณที่อาจถูกตีความต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดจาก CME Group ผ่านเครื่องมือ FedWatch สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักสูงถึง 99.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50–3.75% ในการประชุมครั้งนี้
  • 4. หุ้น Mitsubishi Heavy Industries พุ่งกว่า 3% หลังญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงส่งออกเรือรบให้ออสเตรเลีย ภายใต้โครงการต่อเรือรบอเนกประสงค์จำนวน 3 ลำ ซึ่งนับเป็นการส่งออกเรือรบครั้งแรกของญี่ปุ่น โดยเรือลำแรกมีกำหนดส่งมอบให้กองทัพเรือออสเตรเลียในปี 2572 เพื่อทดแทนเรือรบเดิมที่ใช้งานมาตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 ขณะที่สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า นอกจาก Mitsubishi Heavy Industries ซึ่งเป็นผู้ผลิตยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องในโครงการ ได้แก่ NEC Corporation, Mitsubishi Electric และ Hitachi ซึ่งจะร่วมจัดหาระบบเรดาร์ เสาอากาศ และอุปกรณ์สำคัญสำหรับเรือรบดังกล่าว

Daily Trend

  • สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีสัญญาณคลี่คลายต่อเนื่อง ภายหลังการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ควบคู่กับรายงานความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่บรรลุข้อตกลงหยุดยิงเช่นเดียวกัน สำหรับในด้านปัจจัยพื้นฐานยังได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานเดือนมีนาคมที่ออกมาดีกว่าคาด แม้แรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันจะสะท้อนใน Headline CPI แต่ยังจำกัดใน Core CPI ทั้งนี้ ภายใต้บริบทดังกล่าว กลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ (Asset Allocation) ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องในระดับที่เหมาะสม เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
  • “ปัจจัยที่ต้องติดตาม” - [USD] Retail Sales (Mar) ตลาดคาด 1.4% MoM, [USD] Core Retail Sales (Mar) ตลาดคาด 1.3% MoM, [GBP] Unemployment Rate (Feb) ตลาดคาด 5.2%

Weekly Recommendation

  • X-JPTOPTECH (ความเสี่ยงระดับ 7) ลงทุนใน 20 บริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีของญี่ปุ่นที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
  • X-DATACENEQ (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก
  • X-NUCTECH (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์และยูเรเนียมทั่วโลก
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมเหล่านี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสาร กลุ่มอุตสาหกรรม หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | บริษัทมิได้รับประกันถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว และมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | ข้อมูล ความเห็น หรือคาดการณ์ การประเมิน และข้อความที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ เป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นและเป็นการทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำมั่นสัญญา การรับประกัน หรือรับรองผลตอบแทนจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนใดๆ แต่ประการใด และมิอาจตีความได้ว่าเป็นการให้คำแนะนำ หรือเป็นการเสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์แก่บุคคลใดๆ โดยเฉพาะเจาะจง | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานะบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 08:30-17:30 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 080 6052