Things you need to know
- 1. ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดยถูกกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้น Nvidia แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งส่งผลให้หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลดลงตามไปด้วย โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 0.54% ปิดที่ 6,908.89 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นหลัก ปรับตัวลง 1.18% ปิดที่ 22,878.38 จุด ส่วนดัชนี Dow Jones ปิดทรงตัวที่ 49,499.20 จุด โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวลง 5.47% เนื่องจากนักลงทุนแสดงความกังวลว่า Nvidia ส่งคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นไม่มากพอ หลังบริษัทสร้างกระแสเงินสดประมาณ 35,000 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 แต่คืนให้ผู้ถือหุ้นเพียง 12% ลดลงจาก 52% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
- 2. ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง หลังตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานออกมาต่ำกว่าคาด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 4,000 ราย สู่ระดับ 212,000 ราย แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 217,000 ราย ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลง 31,000 ราย มาอยู่ที่ 1.83 ล้านราย ต่ำกว่าประมาณการที่ 1.86 ล้านราย
- 3. แร่หายากขาดแคลนในสหรัฐฯ กดดันอุตสาหกรรมการบินและเซมิคอนดักเตอร์ โดยซัพพลายเออร์วัตถุดิบของอุตสาหกรรมอากาศยานและเซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนแร่หายาก มีอย่างน้อยสองบริษัทที่เริ่มจำกัดการรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าบางส่วน แร่ที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ อิตเทรียม (Yttrium) และ สแกนเดียม (Scandium) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มแร่หายาก 17 ชนิด และมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมกลาโหม การบิน และการผลิตชิป โดยแร่ทั้งสองชนิดมีแหล่งผลิตหลักอยู่ในประเทศจีน แม้จีนจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกบางส่วนหลังมีมาตรการควบคุมในเดือนเมษายน 2568 แต่ปริมาณส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำ โดยการส่งออกอิตเทรียมอยู่ที่เพียง 17 ตันในช่วง 8 เดือนหลังการใช้มาตรการควบคุม เทียบกับ 333 ตันในช่วง 8 เดือนก่อนหน้า
- 4. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มประมาณการ GDP สหรัฐฯ ปี 2569 เป็นขยายตัว 2.6% จากเดิมที่คาดไว้ 2.4% ในเดือนมกราคม และเติบโตจากระดับ 2.2% ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม IMF ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อจะยังไม่กลับเข้าสู่ระดับเป้าหมาย 2% จนถึงต้นปี 2570 ในด้านการคลัง IMF คาดว่า การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐฯ จะยังอยู่ในระดับสูงราว 7–8% ของ GDP ในช่วงหลายปีข้างหน้า ขณะที่หนี้สาธารณะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 140% ของ GDP ภายในปี 2574 สำหรับนโยบายการค้า IMF แนะนำให้สหรัฐฯ เสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรอย่างสร้างสรรค์ เพื่อลดข้อจำกัดทางการค้า และควรใช้มาตรการภาษีหรือการควบคุมการส่งออก เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเท่านั้น
|
|