Things you need to know
- 1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบทั้งสามดัชนี นำโดยดัชนี Dow Jones ปรับลดลง 398.21 จุด หรือ 0.80% ปิดที่ 49,191.99 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.20% ปิดที่ 6,963.66 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.10% ปิดที่ 23,709.87 จุด โดยแรงกดดันหลักมาจากหุ้น JPMorgan ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง 4.2% แม้ JPMorgan จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ออกมาดีกว่าคาดทั้งในด้านรายได้และกำไร โดยมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 5.23 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 5.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีรายได้รวม 4.67 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงให้น้ำหนักเชิงลบต่อโครงสร้างรายได้ของธนาคาร โดยแม้รายได้จากการดำเนินงานโดยรวมและธุรกิจซื้อขายหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจปรับลดลงและต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- 2. กระทรวงแรงงานสหรัฐฯเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยดัชนี CPI ทั่วไปปรับเพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบรายปี และเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบรายเดือน สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.7% และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 0.3%
- 3. ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ในวันที่ 13 ม.ค. โดยปิดที่ระดับ 53,567 จุด เพิ่มขึ้น 1,627.11 จุด หรือ +3.13% จากกระแสคาดการณ์ว่านายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ อาจตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรในสัปดาห์หน้าเพื่อจัดเลือกตั้งทั่วไป โดยการตัดสินใจยุบสภาในช่วงที่รัฐบาลได้รับคะแนนนิยมสูงจะช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลคว้าที่นั่งได้เพิ่มขึ้นและเอื้อต่อการเดินหน้านโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้เงินเยนที่อ่อนค่ายังหนุนหุ้นกลุ่มส่งออก โดยช่วยเพิ่มมูลค่ากำไรในรูปเงินเยนเมื่อโอนกลับจากต่างประเทศ
- 4. Tokyo Shoko Research รายงานว่าปี 2568 ญี่ปุ่นมีบริษัทล้มละลายทะลุ 10,000 รายเป็นปีที่สองติดต่อกัน เมื่อจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม ภาคบริการ (รวมร้านอาหาร) มียอดล้มละลายสูงสุดที่ 3,478 ราย เพิ่มขึ้น 4.5% ตามด้วยภาคการก่อสร้าง 2,014 ราย เพิ่มขึ้น 4.7% และภาคการผลิต 1,186 ราย เพิ่มขึ้น 3.9% สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนแรงงานและต้นทุนราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทางด้านเจ้าหน้าที่จากโตเกียว โชโก รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า ยอดล้มละลายในภาคธุรกิจจะทยอยเพิ่มสูงขึ้นในปี 2569 โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับจีน
|
|