|
1. ตลาดการเงินโลกในคืนวันศุกร์ส่วนใหญ่ปรับตัวเป็นบวกรับการเปิดปี 2026 โดยตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 และทำจุดสูงสุดใหม่ โดยดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับ 596.14 จุด เพิ่มขึ้น 0.67% จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลาโหม โดยหุ้น ASML ปรับขึ้นถึง 7% ขณะที่หุ้นกลุ่มกลาโหมปรับขึ้น 3.3% สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ภายใต้เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับควบคุมได้ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสม โดย Dow Jones +0.66%, S&P 500 +0.19% และ Nasdaq -0.03% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดย NVIDIA ปรับขึ้น 1.26% และ AMD พุ่ง 4.35% 2. สหรัฐฯ โจมตีเวเนซุเอลาพร้อมคุมตัว “มาดูโร” ออกนอกประเทศ สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลาในช่วงวันที่ 3–4 มกราคม 2026 โดยมีรายงานการโจมตีทางอากาศหลายจุดในกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศว่าสหรัฐฯ สามารถควบคุมตัวนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาและภริยาออกนอกประเทศ เพื่อเตรียมดำเนินคดีอาญาในสหรัฐฯ จากข้อหาก่อการร้ายด้วยยาเสพติด (Narco-terrorism) โดยทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาบริหารประเทศเป็นการชั่วคราวเพื่อดูแลการเปลี่ยนผ่านอำนาจ และเปิดทางให้บริษัทพลังงานสหรัฐฯ เข้าไปพัฒนาแหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่ของประเทศ 3. บริษัท Lockheed Martin ได้รับสัญญามูลค่า 328.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ภายใต้โครงการ Foreign Military Sales (FMS) เพื่อจัดหาระบบเซ็นเซอร์อินฟราเรดขั้นสูง จำนวน 55 ชุด ให้แก่กองทัพอากาศไต้หวัน เพื่อตอบสนองความต้องการด้านยุทธการเร่งด่วน ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการที่รัฐบาลสหรัฐฯภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งอนุมัติแพ็กเกจขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารที่เพิ่มขึ้น หลังจีนเปิดฉากการซ้อมรบครั้งใหญ่รอบเกาะไต้หวัน ภายใต้ปฏิบัติการ Justice Mission 2025 ซึ่งตอกย้ำความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก 4. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 9–10 ธ.ค.สะท้อนความเห็นที่แตกต่างกันภายในคณะกรรมการเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยกรรมการส่วนใหญ่มองว่ายังมีความเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อปรับตัวลดลงตามกรอบคาดการณ์ ขณะที่กรรมการบางส่วนแสดงความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาด จึงเห็นควรชะลอการลดดอกเบี้ยเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อให้ชัดเจนมากขึ้น โดยภาพรวม เฟดประเมินความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเร่งตัวยังคงมีอยู่ ขณะที่ความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของตลาดแรงงานเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568
|