XAM Weekly Xray / 23 กุมภาพันธ์ 2026




XAM Shot

  • “หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกหลังศาลยกเลิกภาษีทรัมป์ ขณะทรัมป์เดินหน้าขึ้นภาษีทั่วโลกอีกครั้ง เงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ สูงกว่าคาด สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง”

Things you need to know

  • 1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันศุกร์ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งสามดัชนีหลัก หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรทั่วโลกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.47% ปิดที่ 49,625.97 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.69% ปิดที่ 6,909.51 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.90% ปิดที่ 22,886.07 จุด การปรับตัวขึ้นของตลาดได้แรงหนุนหลักจากหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้น Nvidia ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.02% ขณะที่หุ้น Alphabet และ Amazon ปรับตัวขึ้น 4.01% และ 2.56% ตามลำดับ
  • 2. ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ ทั้งนี้ คำตัดสินดังกล่าวอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษีรวมมูลค่าประมาณ 175 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้จัดเก็บจากผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีช่องทางทางกฎหมายอื่นในการใช้มาตรการภาษี เช่น มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ, มาตรา 301, มาตรา 232 และมาตรา 338
  • 3. ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศในอัตรา 10% ภายหลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ยกเลิกภาษีศุลกากรเดิมที่ออกก่อนหน้านี้ โดยมาตรการภาษีใหม่นี้จะดำเนินการภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีนำเข้าได้ สูงสุด 15% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน กับประเทศคู่ค้าทั้งหมดในกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดุลการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม ในวันถัดมาประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย ขอปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่กฎหมายอนุญาตและให้มีผลบังคับใช้ทันที
  • 4. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลทั่วไป (Headline PCE) เดือนธ.ค.ปรับขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.8% และเมื่อเทียบรายเดือน ปรับตัวขึ้น 0.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% ส่วนดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ที่ไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้ความสำคัญ ปรับตัวขึ้น 3.0% ในเดือนธ.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.9% และเมื่อเทียบรายเดือน ปรับตัวขึ้น 0.4% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3%

Daily Trend

  • ภาพรวมการลงทุนยังคงเน้นการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ (Asset Allocation) เพื่อช่วยจำกัดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางแนวโน้มความไม่แน่นอนของตลาดที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากแรงกดดันเงินเฟ้อ PCE ที่ออกมาสูงกว่าคาด และนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจกลับมาสร้างความผันผวนให้กับตลาดการลงทุน รวมถึง ความกังวลต่อผลกระทบจาก AI Disruption และความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจพัฒนาไปสู่ความขัดแย้งทางทหาร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจกระทบต่อทิศทางตลาดในระยะข้างหน้า ขณะที่ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนติดตามการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนมุมมองของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการใช้จ่ายในอนาคต
  • “ปัจจัยที่ต้องติดตาม” [USD] Factory Orders (Dec) ตลาดคาด -0.4% MoM, [CHF] PPI (Jan) ตลาดคาด 0.1% MoM

Weekly Recommendation

  • X-DATACENEQ (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก
  • X-NUCTECH (ความเสี่ยงระดับ 6) ลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์และยูเรเนียมทั่วโลก
  • X-EMBOND (ความเสี่ยงระดับ 4) ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก

คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมเหล่านี้ลงทุนกระจุกตัวในผู้ออกตราสาร กลุ่มอุตสาหกรรม หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | บริษัทมิได้รับประกันถึงผลตอบแทนที่จะได้จากคำแนะนำการลงทุนดังกล่าว และมีความเสี่ยงที่ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวัง หรือมีผลขาดทุนได้ | ข้อมูล ความเห็น หรือคาดการณ์ การประเมิน และข้อความที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ เป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นและเป็นการทั่วไปเท่านั้น มิใช่คำมั่นสัญญา การรับประกัน หรือรับรองผลตอบแทนจากการลงทุนในผลิตภัณฑ์การลงทุนใดๆ แต่ประการใด และมิอาจตีความได้ว่าเป็นการให้คำแนะนำ หรือเป็นการเสนอซื้อ เสนอขาย หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์แก่บุคคลใดๆ โดยเฉพาะเจาะจง | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม เอ็กซ์สปริง จำกัด ในฐานะบริษัทนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 08:30-17:30 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 080 6052